พืชใช้น้ำน้อย

การวิเคราะห์พืชใช้น้ำน้อยและศักยภาพพื้นที่จังหวัดลพบุรี | Interactive Infographic SPA
รายงานวิเคราะห์เชิงพื้นที่และเศรษฐศาสตร์เกษตร

การวิเคราะห์พืชใช้น้ำน้อยเชิงลึก & ศักยภาพพื้นที่จังหวัดลพบุรี

การบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนผ่านการเปลี่ยนผ่านจากนาข้าวปรังไปสู่พืชทางเลือกใช้น้ำน้อย เพื่อเพิ่มค่า **ประสิทธิภาพน้ำเชิงเศรษฐกิจ (EWP)** และสร้างผลตอบแทนสูงสุดแก่เกษตรกร

น้ำที่ใช้ในนาข้าวปรัง

1,200 – 1,500

m³/ไร่/รอบ

น้ำที่ใช้ในพืชใช้น้ำน้อย

200 – 800

m³/ไร่/รอบ (ประหยัดได้ 60-80%)

EWP นาข้าวปรัง vs พืชทางเลือก

2-4 vs 10-200

บาท/m³ (เพิ่มสูงสุด 50 เท่า)

พื้นที่เกษตรจังหวัดลพบุรี

2.1 ล้าน

ไร่ (11 อำเภอ)

Section 1

กรอบความคิดและทฤษฎีประสิทธิภาพการใช้น้ำ (Water Productivity)

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ร่วมกับสภาวะความแปรปรวนของปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) ส่งผลให้ปริมาณน้ำต้นทุนในเขื่อนหลักของประเทศไทยมีสภาวะผันผวน การทำนาข้าวปรังซึ่งใช้น้ำสูงถึง $1,200 – 1,500 \text{ m}^3/\text{ไร่}$ ก่อให้เกิดความเสี่ยงสูงต่อการขาดแคลนน้ำ การส่งเสริมพืชใช้น้ำน้อยประหยัดน้ำได้ถึง 60-80% และช่วยยกระดับ **Economic Water Productivity (EWP)** หรือมูลค่าสร้างสรรค์ทางเศรษฐกิจต่อปริมาณน้ำอย่างมีนัยสำคัญ

1

ความต้องการน้ำของพืช (Crop Water Requirement: $ET_c$)

ET_c = ET_0 × K_c
  • ET_0 (Reference Evapotranspiration): อัตราการคายระเหยอ้างอิง ในไทยช่วงฤดูแล้งประมาณ 4.5 – 6.0 mm/วัน
  • K_c (Crop Coefficient): สัมประสิทธิ์พืชตามช่วงอายุการเจริญเติบโต (0.3 – 1.15)
2

ประสิทธิภาพน้ำเชิงเศรษฐกิจ (Economic Water Productivity: $EWP$)

EWP = รายได้สุทธิ (บาท/ไร่) ÷ ปริมาณน้ำที่ใช้ (m³/ไร่)
  • นาข้าวปรัง: EWP ต่ำเพียง 2.00 – 4.00 บาท/m³
  • พืชทางเลือก: EWP สูงถึง 6.67 – 200.00 บาท/m³ (เมล่อนน้ำหยดทำได้สูงสุด)
Section 2

ตารางวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบพืชใช้น้ำน้อย 10 ชนิด

เปรียบเทียบปริมาณน้ำ ต้นทุน รายได้สุทธิ ROI และประสิทธิภาพการใช้น้ำเชิงเศรษฐกิจ (EWP)

จากการประมวลผลข้อมูลของกรมส่งเสริมการเกษตรและสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (2566-2567) การเลือกปลูกพืชหลังฤดูนาปีต้องพิจารณาอย่างรอบด้านทั้งมิติการใช้น้ำ (m³/ไร่) ระยะเวลาเก็บเกี่ยว (วัน) ต้นทุน และรายได้สุทธิ พืชอย่าง เมล่อนระบบน้ำหยด และ แตงกวา / ฟักทอง สร้างมูลค่า EWP สูงสุด ขณะที่ ถั่วเขียวผิวมัน และ ทานตะวัน ใช้ปริมาณน้ำต่ำสุดและช่วยปรับปรุงบำรุงดิน

ปริมาณการใช้น้ำ (m³/ไร่) vs ประสิทธิภาพน้ำ EWP (บาท/m³)

แสดงความคุ้มค่าของการใช้น้ำ พืชที่มี EWP สูงสร้างรายได้สุทธิต่อน้ำ 1 ลูกบาศก์เมตรได้สูงที่สุด

ข้อสังเกตสำคัญ: เมล่อนใช้น้ำเพียง 200-300 m³/ไร่ แต่สร้าง EWP ได้สูงถึง 150-200 บาท/m³ ตามด้วยแตงกวาและฟักทอง

เปรียบเทียบต้นทุน vs รายได้สุทธิ (บาท/ไร่) & ROI (%)

แสดงงบการลงทุนทางการเงินและอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI)

ข้อสังเกตสำคัญ: ฟักทองและเมล่อนให้ ROI สูงสุด (150%-300%) ส่วนถั่วเขียวมีต้นทุนเริ่มต้นต่ำที่สุด (1,800-2,500 บาท/ไร่) ความเสี่ยงต่ำสุด
ชนิดพืช ใช้น้ำ (m³/ไร่) อายุ (วัน) ผลผลิต (กก./ไร่) ต้นทุน (บาท/ไร่) กำไรสุทธิ (บาท/ไร่) ROI (%) EWP (บาท/m³)
ถั่วเขียวผิวมัน 300 – 400 65 – 75 150 – 200 1,800 – 2,500 2,000 – 4,000 80% – 120% 6.67 – 10.00
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 700 – 800 110 – 120 1,100 – 1,400 4,500 – 5,500 3,500 – 6,000 70% – 100% 5.00 – 7.50
ข้าวโพดหวาน 400 – 500 70 – 75 2,000 – 2,500 5,000 – 6,500 6,000 – 12,000 100% – 180% 15.00 – 24.00
ถั่วลิสง 600 – 650 85 – 100 350 – 500 3,500 – 4,500 4,000 – 7,000 90% – 140% 6.67 – 10.77
ทานตะวัน (เมล็ด) 400 – 500 90 – 105 200 – 300 2,500 – 3,200 2,500 – 5,000 80% – 130% 6.25 – 10.00
ฟักทอง 450 – 550 75 – 90 3,000 – 4,500 6,000 – 8,000 10,000 – 25,000 150% – 300% 22.22 – 45.45
แตงกวา 350 – 450 35 – 45 1,500 – 2,500 6,000 – 7,000 10,000 – 15,000 140% – 200% 28.57 – 33.33
เมล่อน (น้ำหยด) 200 – 300 70 – 80 2,500 – 3,500 25,000 – 35,000 30,000 – 60,000 100% – 170% 150.00 – 200.00
งาดำ / งาขาว 250 – 350 80 – 90 80 – 120 1,500 – 2,200 3,000 – 6,000 130% – 200% 12.00 – 17.14
มันสำปะหลัง (พืชดอน) 500 – 700 240 – 360 3,500 – 5,000 5,500 – 7,000 4,000 – 8,000 70% – 110% 8.00 – 11.43
🌿 ถั่วเขียวผิวมัน

มีแบคทีเรีย Rhizobium ตรึงไนโตรเจน คืนปุ๋ย N สู่ดิน 6-10 kg N/ไร่ ช่วยลดต้นทุนปุ๋ยเคมีในฤดูถัดไปได้ 20%-30%

🌻 ทานตะวัน (ลพบุรี)

ระบบรากแก้วแทงลึก 1.5-2.0 เมตร ดึงน้ำใต้ดินได้ดี มีผลประโยชน์ทวีคูณ (Multi-benefit) ขายเมล็ด + เกษตรท่องเที่ยว (Agritourism)

💧 เมล่อนน้ำหยด

ระบบ Fertigation ประหยัดน้ำสูงสุด และสร้างรายได้สุทธิสูงถึง 30,000 – 60,000 บาท/ไร่ เหมาะกับพื้นที่ชลประทานและตลาดโมเดิร์นเทรด

Section 3

การจัดโซนพื้นที่ระดับประเทศ (Macro Agro-Zoning in Thailand)

ตามแนวทางของกรมส่งเสริมการเกษตร (2567) การส่งเสริมพืชใช้น้ำน้อยต้องจำแนกตามสภาพปฐพีวิทยาและแหล่งน้ำต้นทุนของแต่ละภูมิภาค เพื่อให้สอดคล้องกับห่วงโซ่อุปทานและการรับซื้อของโรงงานแปรรูป

โครงสร้างการตัดสินใจเลือกพืชตามโซนภูมิภาค (Regional Decision Matrix)

ภาคเหนือ

สภาพดิน & น้ำ:

ดินร่วนปนทราย ตะกอนลำน้ำ อากาศหนาวเย็นในฤดูแล้ง

พืชแนะนำ:
  • ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
  • ถั่วเหลือง / ถั่วเขียว
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

สภาพดิน & น้ำ:

ดินร่วนปนทราย ไม่อุ้มน้ำ เสี่ยงฝนทิ้งช่วง ดินเค็มปานกลาง

พืชแนะนำ:
  • มันสำปะหลัง
  • ถั่วลิสง / งา / ข้าวฟ่าง
ภาคกลาง (รวมลพบุรี)

สภาพดิน & น้ำ:

ดินเหนียวจัด มีระบบชลประทาน แต่น้ำต้นทุนผันผวน

พืชแนะนำ:
  • ถั่วเขียวหลังนา
  • ข้าวโพดหวาน / เมล่อน
ภาคใต้ / ตะวันออก

สภาพดิน & น้ำ:

ฝนตกชุก แหล่งน้ำธรรมชาติปานกลาง พื้นที่ดอน

พืชแนะนำ:
  • พืชผักสวนครัว
  • ถั่วแซมร่องยาง/ปาล์ม
Section 4

เจาะลึกวิเคราะห์เชิงพื้นที่จังหวัดลพบุรี (In-depth Lopburi Agro-Spatial Analysis)

วิเคราะห์ศักยภาพพื้นที่การเกษตร 2.1 ล้านไร่ ครอบคลุมทั้ง 11 อำเภอ

จังหวัดลพบุรีมีลักษณะภูมิประเทศที่หลากหลาย แบ่งออกเป็น 2 โซนหลัก ได้แก่ โซนที่ราบลุ่มชลประทาน ทางทิศตะวันตก (รับน้ำจากคลองชัยนาท-ป่าสัก) เหมาะแก่การปลูกพืชหลังนา และ โซนที่ราบลูกคลื่น/พื้นที่ดอน ทางทิศตะวันออก ซึ่งเป็นแหล่งปลูกทานตะวันและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อันดับต้นๆ ของประเทศ (สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดลพบุรี, 2567)

ดัชนีศักยภาพปัจจัยการผลิตรายโซนในจังหวัดลพบุรี

🌊 โซนที่ราบลุ่มชลประทาน

อ.เมืองลพบุรี, อ.ท่าวุ้ง, อ.บ้านหมี่

คุณลักษณะ: ดินเหนียวจัด อุ้มน้ำได้ดี อยู่ในเขตชลประทานป่าสักมหาราช
พืชยุทธศาสตร์: ถั่วเขียวผิวมันหลังนา, ข้าวโพดหวาน, แตงกวา, เมล่อนระบบน้ำหยด

🌻 โซนที่ราบลูกคลื่น & พื้นที่ดอน

อ.พัฒนานิคม, อ.โคกสำโรง, อ.ชัยบาดาล, อ.ท่าหลวง, อ.สระโบสถ์, อ.โคกเจริญ, อ.ลำสนธิ, อ.หนองม่วง

คุณลักษณะ: ดินเหนียวสีดำปูนปานกลาง ดินร่วนปนทราย นอกเขตชลประทาน
พืชยุทธศาสตร์: ทานตะวัน (พืชเอกลักษณ์ประจำจังหวัด), ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์, มันสำปะหลัง, ถั่วลิสง, งาดำ

สำรวจศักยภาพเกษตรรายอำเภอ (ครบทั้ง 11 อำเภอ)

คลิกเลือกอำเภอเพื่อดูรายละเอียดลักษณะกายภาพ พืชที่เหมาะสม และจุดเด่นเชิงยุทธศาสตร์

Section 5

ยุทธศาสตร์การส่งเสริม & เครื่องมือคำนวณการประหยัดน้ำ

💧

1. เทคโนโลยีการให้น้ำแม่นยำ

ส่งเสริมระบบน้ำหยด (Drip Irrigation) ลดการสูญเสียจากการระเหยได้ 40-50% พร้อมติดตั้ง IoT Soil Moisture Sensors เพื่อควบคุมการให้น้ำเมื่อความชื้นต่ำกว่าระดับ MAD (Maximum Allowable Depletion)

🌾

2. การอนุรักษ์ความชื้นในดิน

ใช้วัสดุคลุมดิน (Mulching) เช่น ฟางข้าวหนา 5-10 cm ช่วยลดการระเหยผิวดิน 30-40% ร่วมกับการใส่ปุ๋ยหมัก 1-2 ตัน/ไร่ เพื่อเพิ่มความสามารถในการอุ้มน้ำ (Water Holding Capacity)

🤝

3. เกษตรพันธสัญญา & การตลาด

สร้างข้อตกลง Contract Farming กับโรงงานอาหารสัตว์ (ข้าวโพด) และโรงงานสกัดน้ำมัน (ทานตะวัน/งา) พร้อมผลักดันมาตรฐาน GAP และประกันภัยพืชผลจากดัชนีภัยแล้ง (Weather Index Insurance)

Interactive Simulator

เครื่องคำนวณการประหยัดน้ำและผลตอบแทนเกษตรกร

ทดลองจำลองผลลัพธ์เมื่อปรับเปลี่ยนจาก “ทำนาข้าวปรัง” มาเป็น “พืชใช้น้ำน้อย”

ผลลัพธ์การประเมินเปรียบเทียบ

ปริมาณน้ำที่ประหยัดได้: 0 m³
ประมาณการกำไรสุทธิพืชทางเลือก: 0 บาท
กำไรสุทธิเดิม (นาข้าวปรัง): 0 บาท
ค่า EWP พืชทางเลือก: 0 บาท/m³
✨ ปลูกพืชทางเลือกช่วยเพิ่มกำไรสุทธิและลดความเสี่ยงภัยแล้งอย่างยั่งยืน
Section 6

รายการเอกสารอ้างอิงและแหล่งข้อมูล (References)

  1. กรมชลประทาน. (2567). ปริมาณการใช้น้ำของพืชและอัตราการคายระเหยอ้างอิง (Crop Water Requirement: ET & ETo). สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. https://water.rid.go.th/hwm/cropwater/CWRdata/ET/
  2. กรมส่งเสริมการเกษตร. (2567). ปลูกพืชอะไร ใช้น้ำมาก-น้ำน้อย: คู่มือการบริหารจัดการการผลิตพืชในฤดูแล้ง. ศูนย์วิทยบริการเพื่อส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. https://www.doae.go.th/answers/ปลูกพืชอะไร-ใช้น้ำมาก-น้ำ/
  3. ศูนย์วิทยบริการเพื่อส่งเสริมการเกษตร. (2567). ตารางการปลูกพืชใช้น้ำน้อย. กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. https://esc.doae.go.th/ตารางการปลูกพืชใช้น้ำน้อย/
  4. สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดลพบุรี. (2567). ข้อมูลยุทธศาสตร์การเกษตรและพืชทางเลือกใช้น้ำน้อย จังหวัดลพบุรี. สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์. https://www.opsmoac.go.th/lopburi-article_prov-preview-462991791896
  5. กรมวิชาการเกษตร. (2565). คู่มือแนะนำการปลูกพืชไร่และการจัดการดินหลังการทำนาเพื่อสู้ภัยแล้ง. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. https://www.doa.go.th/
  6. สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร. (2566). รายงานต้นทุนการผลิตและผลตอบแทนทางการเกษตรของพืชเศรษฐกิจ. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. https://www.oae.go.th/

ระบบสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจ การวิเคราะห์พืชใช้น้ำน้อยและศักยภาพพื้นที่จังหวัดลพบุรี

© 2026 Developed for Data Visualization & Agricultural Economics Decision Support

Scroll to Top